| |
ถ้าอยากจะลงทุนใน K-GOLD แล้วอยากทราบว่าการหักภาษีนี่ประมาณกี่เปอร์เซนต์ สามารถซื้อขายได้ทุกวันหรือไม่ รวมไปถึงถ้าซื้อผ่านทางอินเทอร์เนตแล้วไปรับสมุดกองทุนหลังจากนั้นประมาณสามเดือนได้หรือไม่ เพราะตอนนี้อยู่ต่างประเทศ | |
| วันที่ : |
04/11/2009 |
| คำตอบ : |
เกี่ยวกับเรื่องภาษีจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนรวมนั้นขอแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ
- กำไรจากการขายหน่วยลงทุนกองทุนรวม (capital gain) เราได้รับการยกเว้นภาษีครับ คือไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายและไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ตอนประเมินภาษี
- เงินปันผลจากกองทุนรวม จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% โดยเรามีสิทธิ์ไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับไปรวมคำนวณเพื่อประเมินภาษี
การซื้อขายกองทุน K-Gold สามารถทำได้ทุกวันทำการครับ กรณีซื้อ จะต้องชำระเงิน ณ วันนั้นเลย ส่วนกรณีขาย จะได้รับเงินภายใน 5 วันทำการ (T+5)
ส่วนเรื่องการรับสมุดกองทุนช้าหน่อยอันนี้ไม่มีปัญหาครับ เพิ่มเติมอีกนิดนึงคือจะมีให้เลือกว่าสะดวกไปรับที่ บลจ. หรือรับที่สาขาธนาคาร ถ้าไปรับที่ บลจ. ผมแนะนำให้ email ไปแจ้ง บลจ.กสิกรไทย ว่าจะกลับมารับประมาณเดือนไหน เพราะถ้าเลยไปสัก 1 เดือนทาง บลจ. จะส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนไปให้ที่บ้านและต้องเซ็นด้านหลังสมุด ซึ่งก็อาจจะไม่สะดวกสำหรับกรณีที่เราอยู่ต่างประเทศครับ... การแจ้ง บลจ. นั้น เราสามารถเข้าเว็บไซต์ www.kasikornasset.com และเลือกเมนูด้านล่างสุด "ติดต่อเรา" ได้ครับ ส่วนกรณีที่เลือกไปรับที่สาขาธนาคารนั้น ทางธนาคารก็จะเก็บไว้ให้ครับ
|
| ตอบโดย : |
K-WePlan
|
|
| |
สนใจจะลงทุนในกองทุน K-PLAN 2 และลงทุนเพิ่มทุกเดือนโดย K-Saving plan แต่มีข้อสงสัยเรื่องผลกำไร/เงินปันผล และผลกำไรที่เกิดขึ้นในแต่ละปี จะมีปันผลให้กลับมาในรูปแบบไหนบ้าง และค่า NAV ลดลงจากตอนที่ซื้อจะได้กำไรหรือขาดทุน | |
| วันที่ : |
29/10/2009 |
| คำตอบ : |
ผลกำไรหรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้น แม้กองทุนจะไม่ได้นำมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วย แต่ผู้ถือหน่วยก็ยังคงได้รับผลประโยชน์จากการที่มูลค่า NAV เพิ่มขึ้นตามจำนวนของกำไรที่กองทุนได้รับมาครับ ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะนำผลประโยชน์ดังกล่าวไปลงทุนเพิ่มในกองทุนให้โดยอัตโนมัติ (ตามนโยบายที่ระบุในหนังสือชี้ชวน)
บางท่านก็ชอบกองทุนที่จ่ายปันผล เพราะให้กระแสเงินสดกลับมาโดยไม่ต้องจับจังหวะขายกองทุนเอง
ส่วนบางท่านก็จะชอบกองทุนที่ไม่จ่ายปันผล เพราะคาดหวังให้ผู้จัดการกองทุนนำไปสร้างผลตอบแทนมากกว่าการนำเงินมาลงทุนเอง อีกอย่างคือในเชิงภาษีแล้วการจ่ายปันผลจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ในขณะที่กำไรจากการขายหน่วยลงทุนจะไม่เสียภาษีครับ
ส่วนคำถามเกี่ยวกับ NAV ตอนขายน้อยกว่าตอนที่ซื้อมานั้น อันนี้ก็ขาดทุนครับ
|
| ตอบโดย : |
K-WePlan
|
|
| |
K-treasury กับ K-money แตกต่างกันอย่างไร ควรลงทุนช่วงไหน อัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบกับการลงทุนใน2ตัวนี้หรือไม่ | |
| วันที่ : |
21/10/2009 |
| คำตอบ : |
ทั้งสองตัวนี้คล้ายๆ กันครับ คือเน้นลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นภาครัฐเป็นหลัก แตกต่างกันตรงที่ K-Treasury ลงทุนในตั๋วเงินคลัง (ตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยภาครัฐ) และเงินฝาก ในขณะที่ K-Money จะมีส่วนผสมของตั๋วแลกเงินที่ออกโดยภาคเอกชนด้วย ซึ่งจะทำให้ K-Money ได้รับผลตอบแทนสูงกว่า K-Treasury เล็กน้อย
ทั้งสองกองนี้สามารถลงทุนได้ทุกช่วงเวลา ในด้านการวางแผนการเงินแล้วสามารถใช้ K-Treasury / K-Money เป็นตัวเสริมผลตอบแทนให้กับเงินฝากออมทรัพย์ได้ เพราะมีความเสี่ยงน้อยมากและสภาพคล่องสูง (ขายคืนแล้วจะได้รับเงินในวันทำการถัดไป)
อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นแทบจะไม่มีผลกระทบแง่ลบครับ เพราะการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นจะทำให้ผู้จัดการกองทุนนำเงินที่ได้รับคืนมาไปลงทุนต่อในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น ดังนั้น ในภาพรวมแล้วอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะให้ประโยชน์กับสองกองนี้มากกว่า ต่างจากกองทุนพันธบัตรระยะยาวที่จะได้รับผลกระทบด้านลบเมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้นครับ
|
| ตอบโดย : |
K-WePlan
|
|
| |
K-Plan ทั้ง 3 แบบ มีเงื่อนไขการขายคืนอย่างไร ขายแล้วจะได้รับเงินเมื่อไร | |
| วันที่ : |
21/10/2009 |
| คำตอบ : |
ทั้ง 3 กองมีเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนก่อนกำหนดครับ โดยหากถือครองน้อยกว่า 6 เดือนแล้วขายจะมีค่าธรรมเนียม 0.25% ของจำนวนเงินที่ขายได้ แต่ถ้าถือครองเกินกว่า 6 เดือนก็จะไม่มีค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ ส่วนระยะเวลาการรับเงินนั้น K-Plan 1 รับเงินคืนหลังจากส่งคำสั่งขาย 2 วันทำการ (T+2) ส่วนกอง K-Plan 2 กับ K-Plan 3 จะเป็น T+4
หากไปที่สาขาของธนาคารเพื่อซื้อกองทุน http://www.k-weplan.com/ArticleFree.aspx?articleid=680ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ใช้แบบสอบถามเพื่อประเมินระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุนได้ครับ
|
| ตอบโดย : |
K-WePlan
|
|
| |
มีกองทุนรวมตัวไหนหรือการลงทุนแบบไหนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง | |
| วันที่ : |
21/10/2009 |
| คำตอบ : |
กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงปานกลางอาจจะเลือกเป็นกองทุนผสมครับ ปัจจุบันทาง บลจ.กสิกรไทย เพิ่งเปิดตัวกองทุนใหม่คือ K-Plan 2 ซึ่งน่าจะช่วยตอบโจทย์ได้
กองทุน K-Plan 2 เป็นกองทุนแบบเชิงรุก (active fund) มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยไม่เกิน 30% และลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 30% ส่วนที่เหลือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน โดยสามารถเลือกลงทุนได้ 2 แบบ คือการลงทุนรายงวดผ่าน K-Saving Plan (บริการลงทุนรายงวด) ทุกเดือนขั้นต่ำเดือนละ 3,000 บาท หรือซื้อเป็นครั้งๆ ขั้นต่ำ 5,000 บาท
กองทุนนี้แนะนำให้ลงทุนมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ข้อดีคือจะช่วยเสริมให้เราสร้างวินัยการออมง่ายขึ้น การลงทุนแบบรายงวด (ไม่ว่าจะผ่าน K-Saving Plan หรือลงทุนเอง) จะช่วยในเรื่องการถัวเฉลี่ยความเสี่ยงท่ามกลางภาวะตลาดผันผวนได้ตามหลัก Cost Averaging ซึ่งน่าจะเหมาะกับการลงทุนในภาวะนี้ครับ
|
| ตอบโดย : |
K-WePlan
|
|